เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงรู้จัก “ฉลาม” กันเป็นอย่างดี บางคนรู้จักมันจากหนังสือ บางคนรู้จักพวกมันจากภาพยนต์ หรือบางคนอาจจะได้ยินเรื่องเล่าที่น่าสยองและโหดร้ายของมัน

 

ฉลามได้ชื่อว่า “ปีศาจแห่งท้องทะเล” เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมันเป็นสัตว์นักล่า มีฟันที่แหลมคม และมีความดุร้ายเป็นที่สุด แถมมันยังอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารอีกด้วย และนี่คือ 5 ประสบการณ์จริงอันเลวร้ายจาก “ฉลาม” ที่น่าสะพรึงในประวัติศาสตร์

 

#1 ข้าศึกจากใต้ทะเล

เรือ SS Cape San Juan (เรือซานฮวน) เป็นเรือขนส่งของกองทัพเรือสหรัฐ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มันถูกโจมตีจากตอร์ปิโดโดยเรือรบจากฝั่งญี่ปุ่น ขณะทำหน้าที่คุ้มกันและลำเลียงทหารไปยังออสเตรเลีย ส่งผลให้เรือซานฮวนได้รับความเสียหายและจมลงสู่ก้นทะเลอย่างรวดเร็ว

 

ลูกเรือกว่า 1,340 ชีวิต ต้องรีบสวมเสื้อชูชีพและหลบหนีโดยใช้แพชูชีพ

 

หน่วยกู้ภัยจากกองทัพเรือส่งเครื่องบินค้นหาผู้รอดชีวิต จนกระทั่งพบลูกเรือกำลังถูกโจมตีโดยฝูงฉลามราว 25 – 30 ตัว เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี พลปืนประจำเครื่องบินกู้ภัย PBY5 จึงตัดสินใจใช้ปืนกลบราวนนิ่งประจำเครื่องซึ่งมีอำนาจทะลุทะลวงเกราะยิงใส่ฝูงฉลามเพื่อช่วยชีวิตลูกเหลือให้ปลอดภัย

 

กล่าวกันว่าทะเลกลายเป็นสีแดงจากเลือดของฉลามที่ได้รับบาดเจ็บ พวกมันที่เหลือล่าถอยออกไป ก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะทำการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ทันท่วงที

 

#2 นักดำน้ำผู้โชคร้าย

ในปี ค.ศ.1985 ขณะที่ เชอร์ลีย์ แอนน์ เดอร์ดีน ดำน้ำดูปะการังที่อ่าวพีค ประเทศออสเตรเลีย เธอถูกโจมตีโดยเฉลามขาวที่หวังเขมือบเธอทั้งเป็น ภาพเหตุการณ์สยองขวัญในครั้งนั้นมีสามีของเชอร์ลีย์และลูก ๆ อีก 4 คนที่ร่วมเป็นสักขีพยานโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้เลยเพราะทั้ง 4 คนอยู่บนชายฝั่ง

 

สุดท้ายแล้วเจ้าฉลามขาวทิ้งไว้เพียงเศษชิ้นเนื้อของเชอร์ลีย์ผู้โชคร้ายไว้ดูต่างหน้า กว่าหน่วยกู้ภัยจะเข้าไปเก็บกู้เศษซากชิ้นเนื้อของเชอร์ลีย์ ต้องรอให้ฉลามขาวว่ายน้ำออกไปจากจุดเกิดเหตุเสียก่อน

 

#3 วิธีการลงโทษสุดสะพรึง

ในปี ค.ศ.1942 หลังจากการรบที่เกาะชวา ทหารอังกฤษและออสเตรเลียมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งกลางหุบเขาเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านญี่ปุ่น เพื่อหลบหนีการไล่ล่าจากหน่วยสารวัตรทหารญี่ปุ่นที่โหดเหี้ยม ที่ชอบจับเชลยศึกพันธมิตรไปกักขังและทรมาน

 

กล่าวกันว่าหน่วยสารวัตรทหารญี่ปุ่นใช้กรงหมูเป็นสถานที่กักขังเชลยศึกพันธมิตรที่เปรียบเสมือน ‘ไอ้หมูสกปรก’ ก่อนนำไปทิ้งในทะเลเพื่อเป็นอาหารของฉลาม

 

มีพยานอ้างว่าเคยพบเห็นเชลยศึกพันธมิตรถูกปล่อยกลางทะเลที่สุราบาย่า ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเป็นอาหารให้กับฉลามที่หิวโซและดุร้าย

 

#4 การเอาคืนของนักล่าฉลาม

ในปี ค.ศ.1916 เกิดเหตุการณ์สุดสะพรึงที่ชายฝั่งทะเลในรัฐนิว เจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อมีรายงานว่าฝูงชนจำนวนมากถูกโจมตีโดยฝูงฉลาดขาวที่หิวโซ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากในเหตุการณ์ครั้งนั้น

 

จนกระทั่งนักล่าฉลามเดินทางมาถึง พวกเขาได้ใช้ปืนไรเฟิลโจมตีฉลาม และยังใช้ระเบิดไดนาไมต์โยนทิ้งกลางทะเลเพื่อช่วยเหลือผู้คน

 

การปะทะกันระหว่างมนุษย์และฉลามจบลงเมื่อ ไมเคิล ชไลเซอร์ นักล่าฉลามนายหนึ่ง สามารถสังหารฉลามที่พยายามจมเรือของพวกเขาได้ เจ้าฉลามตัวนี้กล่าวกันว่ามีความยาวถึง 2.3 เมตร และหนักถึง 147 กิโลกรัม แต่ที่ต้องผงะขึ้นในกระเพาะของมันเต็มไปด้วยชิ้นส่วนเนื้อและกระดูกของมนุษย์!

 

#5 ค่ำคืนแห่งความตาย

ในเดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ.1945 เรือ USS Indianapolis ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกโจมตีโดยเรือรบญี่ปุ่นจนมันถูกตัดขาดเป็นสองส่วน ผู้รอดชีวิตจำนวน 900 คนลอยลำกลางทะเล และพบว่าพวกเขาถูกล้อมรอบด้วยฝูงฉลามที่เฝ้ารออยู่ใต้ทะเลนับร้อยตัว

 

ที่น่าเจ็บปวดคือความช่วยเหลือที่มาช้าเกินไป ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตกว่า 579 คน ที่ถูกสังหารและเขมือบทั้งเป็นโดยฝูงฉลามที่หิวโซ ทหารเรือที่รอดชีวิตกล่าวว่า มันเป็นค่ำคืนแห่งฝันร้ายและยาวนาน คมเขี้ยวของฉลามจะบดร่างกายของคุณให้ละเอียด

 

วูดดี้ เจมส์ ทหารเรือผู้รอดชีวิตกล่าวว่า ‘ทุกอย่างดูเงียบสงบ จนกระทั่งคุณได้ยินเสียงร้องโหยหวน ตอนนั้นคุณจะรับรู้ในทันทีว่าเขากลายเป็นอาหารของฉลามแล้ว’

 

โลเอล ดีน ผู้รอดชีวิตอีกคนกล่าวว่า ‘ขอบคุณพระเจ้าที่พวกเรายังรอด ทีตรงนั้นเต็มไปด้วยซากศพ ที่เปรียบเสมือนอาหารอันโอชะของปลาฉลาม’

 

เครดิตข้อมูล spokedark.tv